แหล่งรวมข้อมูล ความรู้เฟื่องเรื่อง TV

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบการทำงานของ LED-backlit LCD

เมื่อพูดถึงวิวัฒนาการของจอภาพได้มีการพยายามอย่างต่อเนื่องของผู้เชี่ยวชาญรวมถึงนักคิดค้นทั้งหลายเพื่อพัฒนาให้เกิดความทันสมัยมากที่สุดโดยเฉพาะเรื่องของระบบการทำงาน เพิ่มเติมประสิทธิภาพและจดสิทธิบัตรเป็นของตนเอง จนปัจจุบันนี้กลายเป็นสิ่งดี ๆ ที่ทุกคนบนโลกสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย ซึ่งการทำงานของ LED-backlit LCD ก็เป็นอีกหนึ่งความน่าสนใจที่อยากให้ทุกคนได้ลองรู้จักและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
LED-backlit LCD คืออะไร
LED-backlit LCD คือ รูปแบบของการแสดงผลผ่านผลึกคริสตัลเหลวโดยใช้ไดโอดเปล่งแสงเพื่อสร้างความสว่างแทนการใช้งานในรูปแบบ CCFL ดั้งเดิม โดยตัวจอแสดงผล LED-backlit ได้นำเอาเทคโนโลยี TFT LCD ซึ่งคล้ายคลึงกับ CCFL-backlit LCD แต่จะมีข้อดีมากกว่าในหลายด้าน แม้หน้าจอแสดงภาพออกมาอาจไม่ใช่หน้าจอ LED แต่ทีวี คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์แสดงภาพใดก็ตามเมื่อใช้งานไฟแบ็คไลท์ LED ร่วมกับแผง LCD ก็มักถูกเหมารวมจากผู้ผลิตในการโฆษณาให้เป็น LED
ข้อดี – ข้อเสียของการเลือกใช้งาน LED-backlit LCD
เริ่มจากข้อดีของการใช้งาน LED-backlit LCD ซึ่งถ้าหากเทียบกับ CCFL-backlit LCD ต้องบอกว่ามีด้วยกันอยู่เยอะพอสมควรไม่ว่าจะเป็น
– ขอบเขตสีกว้างขึ้นและช่วงการหรี่แสงที่ดีกว่ารูปแบบเดิม
– อัตราส่วนคอนทราสต์มากขึ้น
– หน้าจอมีความบางมาก (บางรุ่นมีการผลิตให้หน้าจอบางไม่ถึง 0.5 นิ้ว ด้วยซ้ำ) จึงใช้พื้นที่การติดตั้งไม่เยอะ
– น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายได้สะดวก
– ตัวเครื่องไม่แสดงความร้อนออกมามากเกินไปแม้จะใช้งานเป็นเวลานาน
– อัตราสิ้นเปลืองพลังงานลดลง 20-30% และมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้นกว่าเดิม
อย่างไรก็ตามทุกสิ่งบนโลกใบนี้ย่อมมีข้อเสียอยู่เสมอไม่เว้นแม้แต่ LED-backlit LCD ซึ่งถ้าหากนำไปเทียบกับจอแสดงผล OLED รวมถึง Micro LED ที่กำลังถูกพัฒนากันอย่างต่อเนื่องต้องยอมรับว่าระบบ LCD ไม่สามารถให้สีดำสนิทได้สำหรับตัวพิกเซลที่ได้รับแสงสว่างจากแบ็คไลท์ ขณะที่บางครั้งอาจมีการใช้โหมดหรี่แสงเฉพาะจุดเพื่อเพิ่มคอนทราสต์ระหว่างจุดที่สว่างกับจุดที่แอบมืดเล็กน้อยของหน้าจอแสดงผล แต่ปัญหาที่ตามมานั่นคือการเกิด Halo Effect รวมถึงการกระจายตรงเม็ดพิกเซลสีเข้มตรงช่วงที่มีการส่องสว่างนั่นเอง
เทคโนโลยีของระบบ LED-backlit LCD
ต้องทำความเข้าใจเพิ่มเติมว่าระบบ LED-backlit LCD ไม่ได้เกิดจากการส่องสว่างในตัวเอง (ต่างจากระบบ Pure LED) แต่สามารถเกิดขึ้นจากหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็นทั้งการใช้ระบบ LED สีขาว หรือ RGB (สีแดง เขียว น้ำเงิน) ติดตั้งไว้บริเวณด้านหลังของตัวแผง และการใช้ไฟ LED สีขาวติดตั้งบริเวณขอบจอด้านใน จากนั้นแผงกระจายแสงด้านหลังแผง LCD จะช่วยกระจายแสงให้ออกมาเป็นภาพด้วยความสม่ำเสมอ
เลือกใช้งาน LED-backlit LCD ดีต่อสิ่งแวดล้อม
อีกความน่าสนใจของการเลือกใช้งาน LED-backlit LCD นั่นคือ ระบบนี้มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างมากเนื่องจากตัว LED จะไม่เกิดสารปรอทแต่ต่างกับหลอด CCFL ซึ่งถูกใช้งานกับจอภาพรุ่นเดิม ๆ บวกกับการใช้พลังงานน้อยกว่าเยอะมาก ช่วยประหยัดค่าไฟในกระเป๋าของผู้ใช้งาน ลดความสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้า ลดการเกิดคาร์บอน รวมถึงยังสามารถนำไปรีไซเคิลเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้อีกด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลที่บ่งบอกได้อย่างชัดเจนเกี่ยวกับการใส่ใจโลกไม่ใช่แค่ใช้งานเหมือนแนวคิดในอดีตที่ผ่านมา รวมถึงอุปกรณ์แสดงผล LED-backlit LCD แทบทุกรุ่นจึงได้ใบรับรองด้านมาตรฐานการรักษาสิ่งแวดล้อม ไม่มีการใช้สารเป็นพิษอันตรงตามข้อกำหนด RoHS
ตัวอย่างที่สามารถเปรียบเทียบได้ชัดเจนเกี่ยวกับการประหยัดพลังงานของ LED-backlit LCD นั่นคือ จอภาพ BenQ รุ่น G2420HBD ขนาด 24 นิ้ว ไม่มีการใช้ LED Backlight พลังงานที่ออกมาจะอยู่ราว 49 วัตต์ ขณะที่ฝั่งจอภาพ BenQ รุ่น G2420HBDL มีการใช้ LED Backlight จึงพลังงานแค่ 24 วัตต์ ดังนั้นเมื่อเทียบการใช้พลังงานแล้วก็มีแนวโน้มลดลงระดับ 35-50% เลยทีเดียว
ทั้งหมดนี้คือข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องการทำงานของ LED-backlit LCD ไปจนถึงข้อดีในอีกหลายมิติโดยเฉพาะความแตกต่างที่ชัดเจนกับระบบรุ่นเก่า รวมถึงยังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม เป็นส่วนหนึ่งในการลดภาวะโลกร้อน ไม่สร้างก๊าซเรือนกระจก ซึ่งในอนาคตก็เชื่อว่าการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของเทคโนโลยีและการนำแนวคิดอื่นเข้ามาเสริมจะช่วยให้ทุกอย่างเติบโตพร้อมสร้างความน่าสนใจได้อีกหลายด้านอย่างแน่นอน