แหล่งรวมข้อมูล ความรู้เฟื่องเรื่อง TV

LED TV เทคโนโลยีการรับชมภาพจากโทรทัศน์สุดล้ำสมัยแห่งยุค

เมื่อพูดถึงการใช้งานโทรทัศน์ในปัจจุบันไม่รวมกลุ่มอินเทอร์เน็ตทีวี ต้องยอมรับว่า “LED TV” ยังถือเป็นตัวเลือกที่ครองใจผู้ใช้อยู่เยอะมากแม้จะพยายามมีการพัฒนารุ่นใหม่ให้เกิดความแตกต่างมากขึ้น เพราะเมื่อเทียบกับทีวียุคก่อนแล้วการให้แสงสว่างและภาพแบบ LED จัดเป็นความล้ำสมัยที่สัมผัสถึงความแตกต่างได้อย่างชัดเจนมาก จึงขอพาทุกคนมาทำความรู้จักกับทีวีประเภทนี้ให้มากขึ้นกว่าเดิมกันดีกว่า

ตอบข้อสงสัย LED TV คืออะไร

LED TV คือ รูปแบบของโทรทัศน์ที่มีการพัฒนามาจากทีวี LCD โดยอาศัยหลอดไฟขนาดจิ๋วจำนวนมากส่วนด้านหลังจะเป็นผนึกคริสตัลแข็งกึ่งเหลว 3 สี ได้แก่ สีแดง เขียว และน้ำเงิน ทำการบิดตัวตามองศาเพื่อให้ตัวแสงจากหลอด LED ภายในลอดผ่านออกมาสู่ภายนอกจนเกิดเป็นสีสันอย่างที่รับชมกัน รวมถึงยังให้ความคมชัดดี กินพลังงานน้อย เหนือสิ่งอื่นใดการออกแบบยังเน้นความบางเพื่อให้สะดวกต่อการติดตั้งใช้งาน ไม่กินพื้นที่มากเกินไปอีกด้วย
ประเภทของ LED TV ที่นิยมใช้งานในปัจจุบัน

1. Edge LED

หลอดไฟ LED จะถูกติดตั้งอยู่บริเวณขอบทีวี 4 ด้าน ไม่ว่าจะเป็นบน – ล่าง – ซ้าย – ขวา เมื่อเปิดเครื่องตัวหลอดไฟทั้งหมดจะยิงแสงให้เข้ามายังจุดกลางของทีวีเกิดเป็นภาพให้ได้รับชมกัน ข้อดีของ LED TV ประเภทนี้คือประหยัดไฟ เซฟค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าได้เยอะมากเหตุเพราะมีปริมาณหลอดไฟน้อยกว่าแบบอื่น รวมถึงหน้าจอบางมาก แต่ก็แอบมีข้อด้อยเล็ก ๆ ตรงที่ไม่สามารถ Local Dimming หรือการเปิด-ปิดหลอดไฟแยกเฉพาะกลุ่มได้

2. Full LED

บางแบรนด์อาจใช้ชื่อที่ต่างออกไปบ้าง เช่น Direct LED ตัวหลอด LED จะถูกติดตั้งเอาไว้ทั่วทั้งแผงหน้าจอด้านหลังเพื่อให้กำเนิดแสง ซึ่งจุดเด่นย่อมหนีไม่พ้นการที่สามารถทำ Local Dimming ได้ ผลลัพธ์คือเวลาภาพที่ฉายออกมามีฉากสีดำและขาวจะสามารถมองเห็นได้พร้อมกัน โดยหลอด LED ด้านดำจะถูกปิดลงเพื่อสร้างภาพสีดำสนิท อย่างไรก็ตามจุดด้อยเล็กน้อยคือขนาดตัวเครื่องจะใหญ่กว่าแบบ Edge

3. RGB LED

รูปแบบสุดท้ายหลักของการกำเนิดแสงจะใกล้เคียงกับ Full แต่ความแตกต่างคือ RGB LED จะมีการใช้หลอดสีทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีแดง เขียว และน้ำเงิน เมื่อแสงลอดผ่านผลึกคริสตัลแข็งกึ่งเหลวออกมาจะเกิดการผสมเป็นสีสันต่าง ๆ ซึ่งแต่ละสีมักถูกควบคุมโดยสายสัญญาณขนาดตั้งแต่ 16 bit เพื่อทำให้ระดับความคมชัดของสีเด่นชัด หากมีระดับควบคุมมากสีสันยิ่งลึกและชัดเจน ความสมจริงของภาพก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทั้งนี้หลอดไฟทั้ง 3 สี จะทำงานแบบแยกตัวอิสระจากกัน นั่นทำให้แต่ละสีออกมามีคุณภาพสูง ทำ Local Dimming ได้แบบไร้ปัญหา แต่จุดด้อยย่อมหนีไม่พ้นค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับ LED TV 2 รูปแบบแรก

LED TV สู่การเป็นสมาร์ตทีวีแบบเต็มขั้น

ด้วยเทคโนโลยีและความล้ำสมัยของการให้สีสันเด่นชัด มีความแตกต่างไปจากทีวีแบบเดิม ๆ จึงไม่แปลกที่การพัฒนาสมาร์ตทีวีเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ยังคงเลือกใช้หน้าจอแบบ LED เพื่อสร้างความน่าพึงพอใจต่อผู้บริโภคทุกคน ทั้งนี้ต้องอธิบายว่าสมาร์ตทีวีจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวการฉายแสงผ่านหน้าจอเท่าใดนักแต่จะเป็นระบบของการเชื่อมต่อกับสัญญาณอินเทอร์เน็ต รวมถึงการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์กลุ่มสมาร์ตโฟนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานมากขึ้น สามารถรับชมคอนเทนต์ต่าง ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน รวมถึงการค้นหาข้อมูลที่สะดวก

อย่างไรก็ตามเมื่อพูดถึงหน้าจอที่ใช้แสดงภาพของสมาร์ตทีวีก็ยังคงนิยมใช้หน้าจอแบบ LED เพราะสามารถตอบสนองกับความคมชัด สีสัน ได้อย่างดีเยี่ยม แม้เป็นงานกราฟิกความละเอียดสูงแต่ถ้าใช้หน้าจอที่มีคุณภาพความลึกของสีก็ยิ่งเพิ่มระดับความสมจริงรับชมแล้วได้อรรถรสมากขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าเลยทีเดียว หรือใครจะใช้เพื่อเล่นเกมก็ไม่มีปัญหาอีกเช่นกัน.

ต้องยอมรับว่า LED TV เป็นรูปแบบของหน้าจอทีวีที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสร้างความสมจริงและความล้ำสมัยให้กับผู้ใช้งานเป็นอย่างมาก แถมในปัจจุบันราคาต่อเครื่องก็ไม่สูงมาก มาพร้อมกับการเป็นสมาร์ตทีวีที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานให้ตอบโจทย์กับชีวิตยุคใหม่ โดยรวมแล้วจึงเป็นเทคโนโลยีโทรทัศน์แห่งยุคแบบไม่มีข้อสงสัยใด ๆ